[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 66 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
แหล่งเรียนรู้
สถิติผู้เยี่ยมชม

 เริ่มนับ 21/มิ.ย./2556
ผู้ใช้งานขณะนี้  IP
ขณะนี้
0 คน
สถิติวันนี้
8 คน
สถิติเมื่อวานนี้ี้
69 คน
สถิติเดือนนี้
1323 คน
สถิติปีนี้
16569 คน
สถิติทั้งหมด
71293 คน
IP ของท่านคือ 3.228.21.186
(Show/hide IP)
สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ป.2
สื่ออิเล็คทรอนิกส์ ป.1
  

  หมวดหมู่ : หน่วยตรวจสอบภายใน
เรื่อง : การบริหารพัสดุแบบมืออาชีพ
โดย : วรรณศุภางค์
เข้าชม : 655
จันทร์ ที่ 7 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2557
A- A A+
        

ชื่อเรื่อง             การบริหารพัสดุแบบมืออาชีพ
ผู้เรียบเรียง       นางปณิสา  นทีประสิทธิพร
ชื่อกลุ่ม             หน่วยตรวจสอบภายใน
หลักการและแนวทาง
        การบริหารพัสดุ เป็นวงจรการบริหารที่มีการดำเนินการหลายขั้นตอน และต่อเนื่องกันเป็นวงจร เริ่มตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การวางแผน การประมาณความต้องการ การจัดหา การแจกจ่าย การควบคุม การบำรุงรักษา และการจำหน่ายพัสดุ เป็นขั้นตอนสุดท้าย และสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเพื่อเริ่มต้นวงจรใหม่ในการจัด หาพัสดุทดแทน
          แม้ว่าการบริหารพัสดุทั่วไป จะมีวงจรดังกล่าว แต่การบริหารพัสดุภาครัฐจะเริ่มต้นตั้งแต่การจัดหาจนถึงการจำหน่ายพัสดุ เนื่องจากการกำหนดนโยบาย การวางแผน และการประมาณความต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารเงินและงบประมาณ
          สำหรับการบริหารพัสดุเอกชน จะไม่มีหลักเกณฑ์และกระบวนการยุ่งยากมากนัก เนื่องจากองค์การภาคเอกชนมักจะมีขนาดเล็กและใช้กับคนจำนวนน้อย ในขณะที่ภาครัฐ ซึ่งเป็นองค์การขนาดใหญ่ ใช้กับคนจำนวนมาก อีกทั้งยังต้องให้ความสำคัญกับการดูแลทรัพย์สินที่ได้มาจากภาษีอากรของ ประชาชน ดังนั้นภาครัฐจึงต้องมีหลักเกณฑ์และวิธีการในการบริหารพัสดุค่อนข้างมาก

          ประเทศไทยมีกระบวนการบริหารพัสดุภาครัฐที่จัดทำเป็นระเบียบหรือแนวทาง ปฏิบัติสำหรับกระทรวง ทบวง กรม และจังหวัด โดยอาศัยกฎหมายแม่บทในการบริหารราชการแผ่นดินคือ กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และออกเป็นระเบียบคณะรัฐมนตรีหรือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ซึ่งมีการกำหนดมาแล้วตั้งแต่หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา และมีการแก้ไขปรับปรุงหรือยกร่างเป็นฉบับใหม่ มาตามลำดับ จนถึงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฉบับปัจจุบัน ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2535 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมบางเรื่องให้รัดกุมและทันสมัยมากขึ้น จนถึงปัจจุบันก็ยังคงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงแก้ไขใหม่ให้กระบวนการบริหาร พัสดุเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น สำหรับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐรูปแบบอื่น เช่น องค์การมหาชน เป็นต้น จะกำหนดข้อบังคับ ระเบียบ หรือแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นเอง แต่ในทางปฏิบัติก็ได้นำหลักการหรือกระบวนการในการบริหารพัสดุของสำนักนายก รัฐมนตรีไปปรับใช้หรือนำมาใช้ทั้งกระบวนการโดยอนุโลม
          หลักการจัดหาพัสดุภาครัฐที่ดีของประเทศไทยตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมได้กำหนดแนวคิดหรือหลักการในการจัดหาพัสดุทุกขั้นตอน ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบการจัดหาพัสดุต้องดำเนินการโดยเปิดเผย โปร่งใส และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงคุณสมบัติและความสามารถของผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองาน เว้นแต่กรณีที่มีลักษณะเฉพาะอันเป็นข้อยกเว้นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบฯ และในการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน ผู้รับผิดชอบต้องบันทึกหลักฐานในการดำเนินงาน พร้อมทั้งระบุเหตุผลในการพิจารณาสั่งการในขั้นตอนที่สำคัญไว้เพื่อประกอบการ พิจารณาด้วย           อย่างไรก็ดี โดยที่กระบวนการบริหารพัสดุภาครัฐของประเทศไทย ได้กำหนดโดยระเบียบฯ ในขณะที่รัฐได้ให้ความสำคัญในการจัดหาพัสดุภาครัฐเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการกำกับดูแลให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และการรักษาประโยชน์จากเงินและทรัพย์สินของแผ่นดิน ซึ่งมีการใช้จ่ายในด้านพัสดุจำนวนมากทุกปี ดังนั้น จึงมีข้อกำหนดในกฎหมายอีกหลายฉบับที่ผู้เกี่ยวข้องกับการพัสดุจะต้องนำไปใช้ เป็นแนวคิดในการบริหารงาน รวมทั้งกฎหมายพื้นฐานที่เกี่ยวข้องด้วย
          กรอบแนวคิด หลักเกณฑ์ และกระบวนการในการดำเนินการที่อยู่ในกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่สำคัญโดยสรุป ได้แก่
          1)   รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทของประเทศ จะมีข้อกำหนดที่เปิดโอกาสให้บุคคลมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ และการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม และรัฐต้องกำกับดูแลให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ป้องกันการผูกขาดตัดตอนทั้งทางตรงและทางอ้อม

           2)   กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตลอดจนระเบียบสำนักงบประมาณว่าด้วยการบริหารงบประมาณ กำหนดรายการ ประเภท และงบประมาณรายจ่ายที่จัดสรรให้แต่ละหน่วยงาน ตลอดจนกำหนดหลักเกณฑ์การบริหารงบประมาณโดยรวม
           3)   ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดความหมายของการจัดหาแต่ละประเภท รวมทั้งหน้าที่และความรับผิดของผู้ที่เกี่ยวข้อง
           4)   กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง กำหนดกระบวนการและขั้นตอนในการดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุ ที่เป็นคำสั่งทางปกครอง ได้แก่ การสั่งรับหรือไม่รับคำเสนอให้จัดหา การสั่งอนุมัติการจัดหา                  การสั่งยกเลิกกระบวนการพิจารณาคำเสนอ และการสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
           5)   กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้สิทธิกับประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการ ข้อมูลเกี่ยวกับการประกาศสอบราคา และประกาศประกวดราคา รวมถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลการพิจารณาจัดหาของหน่วยงานของรัฐ เป็นเอกสารที่หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้
           6)   พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักการและวิธีการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี กำหนดให้หน่วยงานส่วนราชการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยเปิดเผยและเที่ยงธรรม คำนึงถึงประโยชน์และผลเสียทางสังคม ภาระต่อประชาชน คุณภาพ วัตถุประสงค์ที่จะใช้ ราคา และผลประโยชน์ระยะยาวของส่วนราชการที่จะได้รับประกอบกัน ทั้งนี้ ต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและสัญญาที่ได้มี การอนุมัติให้จัดซื้อจัดจ้างแล้ว ให้ประชาชนสามารถขอดูหรือตรวจสอบได้ โดยมีข้อยกเว้นเฉพาะกรณีที่เกี่ยวกับการคุ้มครองความลับทางราชการหรือความ ลับทางการค้า
           7)  กฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กำหนดลักษณะความผิดและกลไกลการดำเนินงานเอาผิดกับผู้กระทำผิด รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่ชอบมาพากลในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ทำให้เกิดความโปร่งใส ขจัดความไม่เป็นธรรมในการเสนอราคา
           8)   ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและการคลัง กำหนดโทษปรับ ทางปกครอง สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการพัสดุ และทำให้รัฐเสียหาย
           วิธีการจัดหาพัสดุภาครัฐของไทย จะมีวิธีการเช่นเดียวกับหน่วยงานต่างประเทศ โดยทั่วไปจะมี 2 วิธี คือ วิธีแข่งขัน กับวิธีไม่แข่งขัน แต่ได้แยกย่อยวิธีแข่งขันออกเป็น 2 วิธี คือ วิธีสอบราคาและวิธีประกวดราคา ส่วนวิธีไม่แข่งขันจะมี 3 วิธี คือวิธีตกลงราคา วิธีพิเศษ และวิธีกรณีพิเศษ
           ระเบียบของราชการได้แบ่งวิธีซื้อและวิธีจ้างตามวงเงินและความสำคัญ โดยแยกวิธีการดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการควบคุมไว้แตกต่างกัน การจะใช้วิธีใด ขึ้นอยู่กับวงเงินและเงื่อนไขที่จะจัดหาแต่ละครั้ง ซึ่งจะต้องระบุไว้ในรายงานขอจัดหาตั้งแต่ต้น และได้กำหนดข้อห้ามมิให้แบ่งซื้อแบ่งจ้าง แบ่งวิธีการจัดหาให้อยู่ในวงเงินต่ำกว่าที่กำหนดในวิธีใดวิธีหนึ่ง หรือให้อำนาจการสั่งการจัดหาเปลี่ยนแปลงไป แต่ทั้งนี้ กรณีที่มีความสำคัญเป็นพิเศษหรือเพื่อลดภาระในการดำเนินการ โดยเฉพาะระยะเวลา และเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการ สามารถใช้วิธีที่กำหนดสำหรับวงเงินที่สูงกว่าได้ นอกจากนั้น ปัจจุบันยังมีข้อกำหนดให้สามารถดำเนินการแข่งขันราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้ด้วย
           การจัดหาที่ไม่มีการแข่งขัน ได้แก่ การจัดหาโดยวิธีตกลงราคา วิธีพิเศษ และวิธีกรณีพิเศษ การจัดหาโดยวิธีตกลงราคา เป็นการจัดหาพัสดุเล็กๆ น้อยๆ วงเงินไม่สูงนัก ปัจจุบันกำหนดที่วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท การจัดหาวิธีนี้เป็นการจัดหาจากร้านค้าโดยทั่วไปหรือผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งมีการประกอบการชนิดหรือประเภทนั้นๆ ตามปกติทางการค้า และสามารถจัดหาจากผู้ประกอบการรายใดก็ได้ โดยให้เจ้าหน้าที่พัสดุเป็นผู้ไปติดต่อตกลงราคาแล้วเสนอหัวหน้าเจ้าหน้าที่ พัสดุออกใบสั่งการจัดหาประเภทนั้น แล้วแต่กรณี การจัดหาวิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก แต่มีข้อควรระวังเนื่องจากมักเป็นการจัดหาพัสดุที่มีจำหน่ายเป็นการทั่วไป ซึ่งมีราคาและคุณภาพแตกต่างกัน เจ้าหน้าที่พัสดุจึงต้องใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบคุณภาพและสืบราคาจาก หลายๆ แห่ง เพื่อให้ได้พัสดุที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสม
           การจัดหาโดยวิธีพิเศษ เป็นการจัดหาที่มีลักษณะไม่ต้องมีการแข่งขันมากนัก เช่นเดียวกับวิธีการตกลงราคา แต่อยู่ในวงเงินที่สูงกว่า การดำเนินการโดยวิธีนี้จะต้องเข้าเงื่อนไขที่กำหนด
           โดยสรุปจะเป็นพัสดุที่มีผู้ประกอบการน้อยรายหรือมีลักษณะเฉพาะ โดยตัวพัสดุที่จัดหาและการใช้งานไม่สามารถจัดหาเป็นการทั่วไปได้ หรือดำเนินการโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล และต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการคณะหนึ่ง
           การจัดหาโดยวิธีกรณีพิเศษ เป็นการจัดหาจากหน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้ทำหรือผู้ผลิตเองโดยตรง จึงถือได้ว่าเป็นวิธีการจัดหาที่ไม่ต้องมีการแข่งขัน และมีลักษณะเฉพาะที่ใช้กับหน่วยงานจัดหาของทางราชการเท่านั้น
           การจัดหาที่มีการแข่งขัน ประกอบด้วย การจัดหาโดยวิธีสอบราคา (วงเงินเกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท) และวิธีประกวดราคา (วงเงินเกิน 2,000,000 บาท)
           การจัดหาโดยวิธีสอบราคาและวิธีประกวดราคา เป็นการจัดหาที่มีกระบวนการในการดำเนินการและกระบวนการในการพิจารณาที่เคร่งครัดรัดกุมกว่าการจัดหาที่ไม่มีการแข่งขัน แต่ต้องอยู่บนหลักการของการดำเนินการที่เปิดเผย โปร่งใส และเป็นธรรม อย่างชัดเจน ตามระเบียบพัสดุฯ วิธีการทั้งสองวิธีแตกต่างกันที่วงเงินและขั้นตอนในการดำเนินการ ซึ่งวิธีสอบราคาจะมีวงเงินต่ำกว่า มีวิธีการที่ง่ายกว่า และใช้เวลาน้อยกว่า รวมทั้งไม่ต้องมีหลักประกันซอง แต่กระบวนการดำเนินการและการพิจารณาจะใกล้เคียงกัน ทั้งในด้านการเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนในการเสนอราคา และการพิจารณาราคา โดยจะต้องพิจารณาคุณสมบัติของผู้เสนอราคาที่จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ดี เสนอคุณสมบัติของพัสดุตรงตามเงื่อนไขที่ประกาศ และเป็นพัสดุที่มีคุณภาพ เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ ตามหลักความคุ้มค่าในการจัดหา
           ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดหาต้องมีจรรยาบรรณเฉพาะและต้องมีความรับผิดชอบ พร้อมที่จะถูกตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน โดยได้กำหนดรายละเอียดแต่ละขั้นตอนไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการ พัสดุและในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
           ในส่วนของกระบวนการร้องทุกข์มีข้อกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับความเป็น ธรรม สามารถร้องทุกข์ ร้องเรียน หรืออุทธรณ์ ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานชั้นเหนือขึ้นไปได้โดยตรง และสามารถดำเนินการต่อหน่วยงานกลางที่กำกับดูแลระเบียบฯ ได้แก่ คณะกรรรมการว่าด้วยการพัสดุ กระทรวงการคลัง
           นอกจากนั้น ยังสามารถร้องต่อศาลปกครอง หรือผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ในกรณีที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบก็สามารถร้องต่อสำนัก งานตรวจเงินแผ่นดิน หรือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการได้ อีกด้วย
           จากการที่การจัดหาพัสดุของทางราชการจำเป็นต้องมีแนวทางปฏิบัติที่รอบคอบและ รัดกุม ในขณะที่ต้องการได้มาซึ่งพัสดุที่ดีในเวลารวดเร็วทันเวลาใช้งาน และในราคาที่เหมาะสม แต่ในทางปฏิบัติ ปรากฏว่า การได้มาซึ่งพัสดุของหน่วยงานต่างๆ ยังไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดหาที่ดีเท่าที่ควร เนื่องมาจากปัญหาสำคัญดังนี้
           (1)  การวางแผนการจัดหาพัสดุไม่เหมาะสมหรือไม่ดำเนินการตามแผนที่วางไว้
           (2)  การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะหรือแบบรูปรายการละเอียดไม่ชัดเจนหรือไม่ครบถ้วน
           (3)  การกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้ามาเสนอราคาที่สูงหรือต่ำเกินไป
           (4)  การเผยแพร่ข่าวสารการจัดหาไม่ทั่วถึงและให้เวลาในการเสนอราคาไม่เพียงพอ
           (5)  การพิจารณาราคาไม่โปร่งใสและมักจะไม่คำนึงถึงความคุ้มค่าในการจัดหาพัสดุที่ต้องการ
           (6)  การตรวจรับพัสดุหรือตรวจงานจ้างล่าช้าและไม่เป็นไปตามสัญญา
           กรอบแนวคิดในเรื่องของการจัดหาพัสดุของประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับกรอบแนวคิดของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วหรือองค์การระหว่างประเทศ จะไม่แตกต่างกันมากนัก หลักการจัดหาพัสดุที่ดีของประเทศไทยจะประกอบด้วย
(1) มีการวางแผนการจัดหาและดำเนินการตามแผนที่วางไว้ ตลอดจนการมีระบบการติดตาม
ตรวจสอบที่ดี
           (2)  ดำเนินการด้วยความโปร่งใส เปิดเผย เป็นธรรม และมีการแข่งขันกันอย่างแท้จริง
           (3)  ดำเนินการให้ได้วัสดุที่ดี มีความคุ้มค่าในการจัดหา เพื่อให้การใช้จ่ายเงินเกิดประโยชน์สูงสุด
           (4)  กำหนดคุณสมบัติเฉพาะและแบบรูปรายการที่ชัดเจนและเป็นกลาง สอดคล้องกับความต้องการในการใช้งาน
           (5)  การพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใสและคำนึงถึงความคุ้มค่าในการจัดหาพัสดุที่ต้องการ
           (6)  การตรวจรับพัสดุหรือตรวจงานจ้างเป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญา อย่างถูกต้องครบถ้วน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันความต้องการใช้งาน
           ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ไม่เพียงแต่กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับการจัดหาพัสดุเท่านั้น แต่การพัสดุตามความหมายของระเบียบฯ รวมถึงกระบวนการบริหารพัสดุทั้งวงจร จึงได้มีข้อกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับการควบคุมพัสดุและการจำหน่ายพัสดุด้วย
           หลังจากที่ได้ดำเนินการจัดหาพัสดุแล้ว จะต้องมีวิธีการจัดการพัสดุให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และมีการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ซึ่งหลักของการควบคุมพัสดุตามระเบียบฯ จะครอบคลุมถึงการควบคุมทางบัญชีหรือทะเบียน การยืม การบำรุงรักษา และการตรวจสอบพัสดุ
           การควบคุมและบำรุงรักษา เป็นส่วนหนึ่งของวงจรการบริหารพัสดุ แต่ผู้ปฏิบัติงานส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญในเรื่องนี้น้อยกว่าการจัดหา ทั้ง ๆ ที่การใช้ประโยชน์ของพัสดุเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อเงินงบประมาณแผ่นดิน เป็นอย่างมาก เนื่องจาก การที่ไม่มีระบบการควบคุมที่ดีจะทำให้พัสดุเกิดการสูญหายหรือเสื่อมสภาพใน เวลาอันไม่สมควร ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดหาใหม่หรือซ่อมแซมบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพ ที่ใช้การได้ดีดังเดิม ปัญหาที่เกี่ยวกับการควบคุมพัสดุที่สำคัญ ได้แก่
           (1)  ไม่ลงบัญชีหรือทะเบียนพัสดุที่ทางราชการได้รับหรือลงทะเบียนไม่ครบถ้วน
           (2)  ไม่ควบคุมการเบิกจ่ายพัสดุให้รัดกุม
           (3)  ไม่ดูแลรักษาพัสดุให้ใช้งานได้ตลอดเวลาและไม่มีการทำประวัติการใช้งาน
           (4)  ไม่มีการทำหลักฐานการยืมและคืนพัสดุ
           (5)  ไม่มีการตรวจสอบพัสดุประจำปี
          
หลักการควบคุมพัสดุภาครัฐที่ดี ตามแนวคิดของประเทศไทย จะประกอบด้วย
           (1)  พัสดุไม่ว่าจะได้มาด้วยประการใดจะต้องมีการควบคุมทางบัญชีหรือทะเบียน เพื่อให้ทราบว่ามีการเบิกจ่ายไปใช้จริงและมีการใช้ให้สมประโยชน์
           (2)  กรณีที่มีการยืม จะต้องมีหลักฐานการยืม การอนุมัติให้ยืม และการติดตามทวงคืนพัสดุที่ยืมภายในกำหนดเวลายืม
           (3)  มีการควบคุมดูแลและเก็บรักษาในที่ที่เหมาะสม อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตลอดเวลา และทันตามความต้องการในการใช้งาน
           (4)  มีการตรวจสอบการรับและจ่ายพัสดุอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
           หลังจากผ่านขั้นตอนการควบคุมพัสดุซึ่งอยู่ระหว่างการใช้งานแล้ว และตรวจพบว่ามีพัสดุชำรุดบกพร่องจนไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป หรือหากใช้งานต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก หรือเป็นพัสดุที่หมดความจำเป็นในการใช้งานแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายของวงจรพัสดุคือต้องจำหน่ายพัสดุนั้นออกไปจากบัญชีหรือ ทะเบียน การจำหน่ายพัสดุเป็นการหาวิธีใช้ประโยชน์จากพัสดุจนหมดคุณค่าอย่างแท้จริง และเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ตลอดจนสามารถหมุนเวียนจัดหาพัสดุใหม่มาทดแทนได้
           หลักการจำหน่ายพัสดุภาครัฐที่ดี ตามแนวคิดของประเทศไทย จะประกอบด้วย
           (1)  มีผู้รับผิดชอบกรณีพัสดุชำรุดซึ่งไม่ได้เกิดจากการใช้งานตามปกติ หรือสูญหาย
           (2)  เป็นประโยชน์ในการตัดทอนความรับผิดชอบระหว่างกัน โดยเฉพาะการรับส่งงานของผู้พ้นจากตำแหน่งหนึ่ง และผู้ที่เข้ามารับตำแหน่งแทน และทำให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน
           (3)  สามารถใช้เป็นข้อมูลในการจัดหาต่อไป
           (4)  มีการจำหน่ายในเวลาที่เหมาะสม เพื่อลดภาระในการบำรุงรักษา และอาจนำไปใช้ประโยชน์ต่อหน่วยงานอื่นได้





Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

หน่วยตรวจสอบภายใน5 อันดับล่าสุด

      การบริหารพัสดุแบบมืออาชีพ 7/ก.ค./2557
      หลักในการบริหารงบประมาณที่ดีของสถานศึกษา 7/ก.ค./2557


ระบบจัดการความรู้ สพป.ตาก เขต 1
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1
ผู้ดูแลเว็บไซด์ :: นายสันทัศน์ ตันยา email :: takesa01@gmail.com