[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 69 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
แหล่งเรียนรู้
สถิติผู้เยี่ยมชม

 เริ่มนับ 21/มิ.ย./2556
ผู้ใช้งานขณะนี้  IP
ขณะนี้
1 คน
สถิติวันนี้
74 คน
สถิติเมื่อวานนี้ี้
67 คน
สถิติเดือนนี้
686 คน
สถิติปีนี้
19873 คน
สถิติทั้งหมด
74597 คน
IP ของท่านคือ 3.95.131.208
(Show/hide IP)
สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ป.2
สื่ออิเล็คทรอนิกส์ ป.1
  

  หมวดหมู่ : กลุ่มส่งเสริมการจัดการการศึกษา
เรื่อง : ความเป็นมาของการศึกษาไทย
โดย : วรรณศุภางค์
เข้าชม : 427
จันทร์ ที่ 21 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2557
A- A A+
        

ชื่อเรื่อง         :    ความเป็นมาของการศึกษาไทย

ผู้เรียบเรียง   :    นางปฏิณญา  นิรมย์มณี

ชื่อกลุ่ม         :    กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา

              ในอดีตที่ผ่านมา มีกฎหมายที่เกี่ยวกับการศึกษาภาคบังคับฉบับแรก คือ พระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. ๒๔๖๔ มีผลบังคับใช้
ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๖๔ เป็นต้นไป ซึ่งมีผลให้เด็กที่มีอายุ ๗ ปีบริบูรณ์ทุกคน ต้องเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนจนอายุครบ ๑๔ ปีบริบูรณ์
โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งในการจัดให้มีการศึกษาภาคบังคับในสมัยนั้น คือการไม่มีงบประมาณเพียงพอ
และเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเงินงบประมาณ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เสนาบดีกระทรวงธรรมการ จึงหาทางออกโดยการเก็บ
“เงินศึกษาพลี” คือเงินค่าใช้จ่ายในการศึกษาซึ่งเป็นภาษีเพื่อการศึกษา และนำเงินส่วนนี้ไปเสริมให้การศึกษาภาคบังคับขยายตัว
ไปได้อย่างรวดเร็ว เมื่อมีการตราพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. ๒๔๖๔ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างตามมา ในสังคมไทย
เกิดความต้องการสถานที่เรียนเป็นจำนวนมากการศึกษาภาคบังคับตามพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. ๒๔๖๔ ไม่ได้กำหนดว่า
จะต้องเรียนถึงชั้นใด แต่กำหนดว่าต้องเรียนจนถึงอายุ ๑๗ ปีบริบูรณ์ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ มีการประกาศใช้แผนการศึกษาฉบับใหม่ เรียกว่า
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๓ ได้แบ่งการศึกษาสายสามัญศึกษาออกเป็น ๔ ระดับ คือ อนุบาลศึกษา ประถมศึกษา (ตอนต้นและตอนปลาย)
มัธยมศึกษา (ตอนต้นและตอนปลาย) และอุดมศึกษาการศึกษาภาคบังคับที่กำหนดอายุ ๗-๑๔ ปี ในช่วงหลังปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ตรงกับระดับประถมศึกษา
ซึ่งมีระยะเวลาศึกษา ๗ ปี หรือเรียนจนจบชั้นประถมศึกษาตอนปลาย แต่ก็ไม่ได้มีการระบุชัดเจนว่าต้องเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
ส่วนใหญ่เมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ก็จะออกจากโรงเรียน มีส่วนน้อยที่เรียนต่อจนถึงระดับมัธยมศึกษา ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ได้มีการประกาศใช้
“พระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. ๒๕๐๕” มีสาระสำคัญว่า เมื่อตำบลใดมีความเหมาะสมที่จะประกาศการศึกษาภาคบังคับถึงประโยคประถมศึกษา
ตอนปลายได้ ก็ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศได้เป็นตำบล ๆ ไป ต่อมาเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๒๐ได้มีการประกาศใช้
“แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๐” โดยกำหนดให้จัดการศึกษาระดับประถมและมัธยมเป็นระบบ ๖ : ๓ : ๓ คือ ระดับประถมศึกษา ๖ ชั้น
ระดับมัธยมศึกษา ๖ ชั้น แบ่งออกเป็นมัธยมศึกษาตอนต้น ๓ ชั้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ๓ ชั้น ซึ่งก็คือ ที่ใช้อยู่ในระบบปัจจุบันนั่นเอง
แผนการศึกษาฉบับนี้ ยังได้ให้ความสำคัญกับการศึกษานอกระบบโรงเรียนเป็นพิเศษอีกด้วยแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๐ นี้ ทำให้ก
ารศึกษาระดับประถมศึกษาลดลงจาก ๗ ปี เหลือ ๖ ปี

ในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. ๒๕๒๓ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาภาคบังคับ อยู่ในมาตรา ๖ ความว่า
“ให้ผู้ปกครองของเด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่แปด ส่งเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาจนกว่าจะมีอายุย่างเข้าปีที่สิบห้า เว้นแต่เป็นผู้สอบได้
ชั้นประถมศึกษาปีที่หก....” การศึกษาภาคบังคับในช่วงหลังปี พ.ศ. ๒๕๒๐ จึงลดลงเหลือ ๖ ปี ดังนั้น เด็กที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
จึงสามารถออกจากระบบการศึกษาได้ แม้ว่าอายุยังไม่ครบ๑๕ ปีบริบูรณ์ ผลจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. ๒๕๒๓
ทำให้จำนวนผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เพิ่มมากขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้มีการประกาศใช้กฎหมายการศึกษาฉบับแรกของประเทศไทย
คือ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓
กำหนดให้การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกัน        ในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้อง
จัดให้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย โดยการจัดการศึกษาแบ่งเป็น๓ ระบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษาในระบบมีสองระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาระดับอุดมศึกษา ต่อมาได้มี
พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งกำหนดให้การศึกษาระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
เป็นการศึกษาภาคบังคับ ที่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษาภาคบังคับ
จำนวน ๙ ปี โดยให้เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จนอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่สอบได้ชั้นปีที่เก้า
ของการศึกษาภาคบังคับซึ่งการนับอายุเด็กเพื่อเข้ารับการศึกษาภาคบังคับในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้นับตามปีปฏิทิน
หากเด็กอายุครบหกปีบริบูรณ์ในปีใด ให้นับว่าเด็กมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดในปีนั้น





Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

กลุ่มส่งเสริมการจัดการการศึกษา5 อันดับล่าสุด

      ความเป็นมาของการศึกษาไทย 21/ก.ค./2557


ระบบจัดการความรู้ สพป.ตาก เขต 1
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1
ผู้ดูแลเว็บไซด์ :: นายสันทัศน์ ตันยา email :: takesa01@gmail.com